<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[แถลงข่าว]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/index/id/102</link>
<atom:link href="https://event.nia.or.th/th/content/category/index/id/102" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วมภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์ต่อเนื่อง เพื่อเป็นฐานเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/650</link>
<guid isPermaLink="false">62dd7af9580d8f7ce6a0af8f18b49177</guid>
<pubDate>Sat, 19 Nov 2022 13:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:36px;"><strong>NIA ร่วมสนับสนุนดำเนินงานภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์ต่อเนื่อง เพื่อเป็นฐานเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ ปั้นให้เกิดสตาร์ทอัพสายดีพเทค</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.20230614abe8c5ebca3b0f234a88123a793c71bc133402.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p>วันที่ 11 เดือน 11 พ.ศ. 2565 เป็นหมุดหมายความร่วมมือต่อเนื่องของ ภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์ หรือ SynBio Consortium จากปี 2564 ที่ผนึกกำลังของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย จำนวน 17 หน่วยงาน สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ &ldquo;Thailand Synthetic BioEconomy Outlook and Key Milestones&rdquo; และในปี 2565 ขยายเครือข่ายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 5 หน่วยงาน พร้อมประกาศร่างแผนที่นำทางการพัฒนาชีววิทยาสังเคราะห์ในระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ. 2565 &ndash; 2573) สอดรับตามรูปแบบเศรษฐกิจบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy Model) ของรัฐบาล<br />
&nbsp;<br />
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญของ SynBio Consortium ที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านชีววิทยาสังเคราะห์ในภูมิภาค ที่มีการเติบโตของตลาดระดับโลกในอัตราที่สูงมาก โดย SynBioBeta ได้รายงานว่า ปี 2564 มีสตาร์ทอัพด้านชีววิทยาสังเคราะห์ได้รับการระดมทุน 18 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ. หรือ 630 พันล้านบาท ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่หลากหลายเช่น เกษตร อาหาร และการแพทย์ โดย NIA มีแนวทางสำคัญในการพัฒนาให้เกิดสตาร์ทอัพเทคโนโลเชิงลึก หรือ DeepTech Startup ใน 6 กลุ่ม ได้แก่ เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ ป้องกันประเทศ และ ARI-Tech ผ่านการบ่มเพาะและเร่งสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม การให้ทุนสนับสนุนโครงการนวัตกรรม และการส่งเสริมให้เกิดการเติบโต<br />
&nbsp;<br />
โดยในปีนี้ ได้มีการเปิดตัวสมาชิกภาคีฯ ใหม่อีก 5 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยมหิดล สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย (ThaiBio) บริษัท โกลบอล อาร์แอนดี จำกัด และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และประกาศร่างแผนที่นําทางการพัฒนาระบบนิเวศชีววิทยาสังเคราะห์ของปี พ.ศ. 2565 &ndash; พ.ศ. 2573 ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่</p>

<ol>
	<li>ระยะสั้น (1&ndash;3 ปี) เพื่อวางรากฐานที่เข้มแข็ง สร้างขีดความสามารถด้านการพัฒนาชีววิทยาสังเคราะห์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</li>
	<li>ระยะกลาง (3&ndash;5 ปี) เพื่อพัฒนาและขยายขนาดกระบวนการผลิตจากห้องปฏิบัติการ สู่โรงงานต้นแบบ พร้อมสร้างมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์</li>
	<li>ระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น บนฐานของชีววิทยาสังเคราะห์ จนนําไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ (New S-curve)&nbsp;</li>
</ol>

<p>จากนั้นเป็นการเสวนาในหัวข้อ SynBio for SDGs: How to link Global SynBio with Thai Economy เพื่อแชร์ประสบการณ์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมชีววิทยาสังเคราะห์ผ่านการสร้างเครือข่ายจากสิงคโปร์ (Singapore Consortium for Synthetic Biology) เกาหลีใต้ (Synthetic Biology Research Center Korea Research Institute of Bioscience and Biotechnology) เยอรมัน (German Association for Synthetic Biology) และ ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นแนวทางดำเนินงานร่วมกันคือการที่ภาครัฐสนับสนุนงานวิจัยขั้นพื้นฐาน (basic research) และสร้างกลไกสนับสนุนให้ภาคเอกชนนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งจะต้องมีงาน วิจัยพื้นฐานสนับสนุนให้มีการดำเนินงานอยู่ตลอดเวลาโดยภาครัฐ ทั้งนี้กลไกการสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยีเชิงลึกที่จะช่วยให้สามารถนำออกไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว ภาครัฐจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศให้เพียงพอเพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก หรือ DeepTech Industry<br />
&nbsp;<br />
ต่อด้วยการจัดกิจกรรมระดมความเห็นกลุ่มย่อย 5 แผนงานหลัก ในการใช้ชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี (Bio-Circular-Green Economy Model) ตามนโยบายของรัฐบาล โดยแบ่งเป็น 1) การผลักดันงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์และพัฒนาสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีขั้นสูง (Research to Market &amp; DeepTech Startup Development) 2) โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม (RDI Infrastructure) 3) กฎหมายและระเบียบโดยทั่วไป (General Legal &amp; Regulation) 4) การลงทุนและการให้ทุนสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Investment &amp; Strategic Funding) และ 5) สถาบันการศึกษาด้านชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนากำลังคน (SynBio Academy) เป็นการสะท้อนความพร้อมและความพยายามการผลักดันของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ภายใต้ภาคีเครือข่ายชีววิทยาสังเคราะห์แห่งประเทศไทยให้สนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรม อย่างไรก็ตามควรจะต้องให้ได้ข้อมูลของกับทุกภาคส่วนให้ครบและรอบด้านเพื่อสามารถสร้างกลไกที่ให้เกิดนวัตกรรมและเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ต่อไป<br />
&nbsp;<br />
<a href="https://www.facebook.com/hashtag/nia" target="_blank">#NIA</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/innovation" target="_blank">#Innovation</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/deeptech" target="_blank">#DeepTech</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/synbioforum2022" target="_blank">#SynBioForum2022</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/thailandsyntheticbiology" target="_blank">#ThailandSyntheticBiology</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/synbio" target="_blank">#SynBio</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/newscurve" target="_blank">#NewSCurve</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230614abe8c5ebca3b0f234a88123a793c71bc133402.jpg' type='image/jpg' length='95168' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่เชียงใหม่ จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริม Community สาย Tech ในชื่อ "Tech & The City" ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ณ One Sala @ One Nimman]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/653</link>
<guid isPermaLink="false">760d4323b121b26a2a51bb57373d2cbc</guid>
<pubDate>Tue, 26 Jul 2022 09:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>NIA ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่เชียงใหม่ จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริม Community สาย Tech ในชื่อ &quot;Tech &amp; The City&quot; ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ณ One Sala @ One Nimman &nbsp;</p>

<p><br />
กลับมาอีกครั้งกับ Tech &amp; The City by Global Startup Hub CNX</p>

<p>NIA ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่เชียงใหม่ จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริม Community สาย Tech ในชื่อ &quot;Tech &amp; The City&quot; ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 ณ One Sala @ One Nimman</p>

<p>โดยธีมหลักในครั้งนี้เจาะลึกไปยังเรื่องของ DeepTech ใน Agrofood ecosystem ในเชียงใหม่ ประเทศไทย และความสัมพันธ์ของอุตสาหกรรมนี้ในเวทีโลก</p>

<p></p>

<p>โดยเนื้อหาการเสนาพูดถึงช่องทางของสตาร์ทอัพและผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้าน DeepTech และการเติบโตของสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรม agrofood ผ่านมุมมองจากวิทยากรทั้งสามท่าน</p>

<p><br />
&gt; &nbsp;รศ. ดร. อภินันท์ สุวรรณรักษ์ Director, RAD, มหาวิทยาลัยแม่โจ้ Maejo University<br />
- การพัฒนาการย่านนวัจกรรมเกษตรแม่โจ้ (MAID) และการมีส่วนร่วมของภาคีต่างประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรภาคเหนือ<br />
&gt; สมิธ ทวีเลิศนิธิ CEO, Let&#39;s Plant Meat<br />
- การเติบโตของการพัฒนาสตาร์ทอัพด้าน plant-based สู่เวทีโลก<br />
&gt; มานูเอล มาดานี General Manager, Priva SE Asia<br />
- พัฒนาการของ horticulture-tech และการเติบโตของ green belts and cities ทั่วโลก โอกาสของเชียงใหม่ในการสร้าง urban farming network<br />
[ดำเนินรายการโดยคุณไรอัน โดแรน CEO, Cannabiz Agronomics]</p>

<p><br />
<a href="https://www.facebook.com/hashtag/techandthecity" target="_blank">#TechandTheCity</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/nia" target="_blank">#NIA</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/startupthailand" target="_blank">#StartupThailand</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/globalstartuphubcnx" target="_blank">#GlobalStartupHubCNX</a>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306156e2f14f991cfbdd9ee60204939743931093218.jpg' type='image/jpg' length='617086' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย (Israel in Thailand) จัดงาน "Exclusive Afternoon Talk by an Israeli Expert"]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/652</link>
<guid isPermaLink="false">5ff07b0a0ff21393e5d5873704efa6d8</guid>
<pubDate>Sun, 10 Jul 2022 13:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>NIA ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย (<a href="https://www.facebook.com/IsraelinThailand" target="_blank">Israel in Thailand</a>) จัดงาน &quot;Exclusive Afternoon Talk by an Israeli Expert&quot;</p>

<p>คุณอาวี ยัวริช นักธุรกิจและนักเขียนชาวอิสราเอล ได้แนะนำหนังสือเล่มใหม่ &ldquo;THOU SHALT INNOVATE นวัตกรรมสุดล้ำจากอิสราเอล&rdquo; ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกในด้านนวัตกรรมล้ำสมัยที่มาจากอิสราเอล และได้มีการแปลกว่า 40 ภาษาทั่วโลก</p>

<p>ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา NIA และอิสราเอลได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดผ่านโครงการต่างๆ เช่น การลงนามความร่วมมือกับ Israel Innovation Authority หรือ IIA เพื่อสร้างแพลตฟอร์มนวัตกรรมสำหรับทั้งสองประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการสร้างสรรค์นวัตกรรมตั้งแต่ระยะต้นแบบไปจนถึงระยะเติบโตเชิงพาณิชย์ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน&nbsp;</p>

<p>อีกทั้งยังได้จัดทำโปรแกรมชื่อ &ldquo;International Innovation Matching Program for Innovation-Driven Enterprises&rdquo; ซึ่งผู้ประกอบการไทยและอิสราเอลสามารถยื่นขอทุนเพื่อพัฒนากิจการใหม่ร่วมกันได้ กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิสราเอลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/nia" target="_blank">#NIA</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/israeliexpert" target="_blank">#IsraeliExpert</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/embassyofisraelinbangkok" target="_blank">#EmbassyofIsraelinBangkok</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/innovationdiplomacy" target="_blank">#InnovationDiplomacy</a>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306140779cfd597482ad294e8cf85aafec502135134.jpg' type='image/jpg' length='81394' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จ STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2022 (SITE 2022) พร้อมประกาศเตรียมพบกับ SITE 2023 อิเวนต์จริงครั้งใหญ่ เต็มรูปแบบกลางปีหน้า!]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/654</link>
<guid isPermaLink="false">2c0c49c0b2c8c078573363e98c71c991</guid>
<pubDate>Thu, 07 Jul 2022 09:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>NIA จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จ STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO 2022 (SITE 2022) พร้อมประกาศเตรียมพบกับ SITE 2023 อิเวนต์จริงครั้งใหญ่ เต็มรูปแบบกลางปีหน้า!</p>

<p></p>

<p>งาน SITE หรือ STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสร้างแรงดึงดูดและโอกาสในการเข้าถึงของผู้คนทั่วโลก พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นตาตื่นใจกว่าที่เคย โดยผู้เข้าชมงานสามารถสร้างกราฟิกแทนตัวบุคคลที่เรียกว่า &ldquo;อวาตาร (Avatar)&rdquo; และทำกิจกรรมต่างๆ ในโลกเสมือนคู่ขนานไปกับโลกจริงทางกายภาพได้อย่างกลมกลืนจากทั่วทุกมุมโลก เรียกได้ว่าเป็นสะพานเชื่อมผู้คนในแวดวงนวัตกรรมจากทั่วโลกได้เข้ามาพบปะ เรียนรู้ และร่วมกันพัฒนาให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นเมืองนวัตกรรมที่ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ&nbsp;</p>

<p></p>

<p>กิจกรรมภายในงานทั้ง 3 วัน แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้&nbsp;</p>

<p>วันแรกนำเสนอเรื่อง Global Innovation City หรือ เมืองนวัตกรรมจากทั่วโลก โดยมีวิทยากรจากแต่ละเมืองมาร่วมให้ความรู้และนำเสนอปัญหาความเหลื่อมล้ำต่างๆ ในสังคมที่เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ทำให้การช่วยเหลือ &lsquo;ผู้คน&rsquo; กลายเป็นหัวใจของการสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมถึงตัวอย่างความสำเร็จของประเทศเพื่อนบ้านที่นำนวัตกรรมไปตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำในเมือง ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้ตั้งแต่การช่วยเหลือประชากรช การสร้างรายได้เศรษฐกิจใหม่ การวางแผนที่นำทาง (roadmap) เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศ และระบบกลไกในการผลักดันให้ผู้คนใช้นวัตกรรมที่เหมาะสมกับตัวเอง&nbsp;</p>

<p></p>

<p>ดร.พันธุ์อาจ กล่าวว่า &ldquo;วันแรกเราได้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มาร่วมเสวนาบนเวทีเพื่อนำเสนอปัญหาความเหลื่อมล้ำของกรุงเทพฯ มีการพูดคุยถึงการทำนวัตกรรมทางสังคม และการขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมร่วมกันกับกทม. นอกจาก กทม. แล้วยังมีวิทยากรท่านอื่นๆ มาเล่าเรื่องการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในเมืองไทย เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช อีกด้วย&rdquo;&nbsp;</p>

<p></p>

<p>การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลังจากการเปิดเมืองด้วยการดึงนวัตกรเข้ามาในประเทศเป็นอีกมุดหมายสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกัน ซึ่งนอกจากจะเน้นเรื่องการเติบโตของภาคธุรกิจแล้ว ภาคสังคมก็ต้องให้ความสำคัญด้วย เพราะนวัตกรรมทางสังคมจะเป็นตัวแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศได้ นอกจากนี้ยังมีการถอดบทเรียนจากเมืองสำคัญอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นทางด้านนวัตกรรม อาจกล่าวได้ว่าโรคระบาด ถือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมบางชนิดเติบโต และวันแรกของการจัดงานได้มีอวาตารของ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมเปิดงานซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีอวาตารคนแรกของไทยอีกด้วย&nbsp;</p>

<p></p>

<p>วันที่สองนำเสนอเรื่อง Innovation Thailand หรือการพัฒนาเมืองนวัตกรรมของไทย ที่มีเป้าหมายในการดึงภาคีต่างๆ เข้ามาร่วมพัฒนาให้ไทยเป็นชาติแห่งนวัตกรรมและเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการลงทุนของเหล่าสตาร์ทอัพ สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลที่มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมติดลำดับ 30 ของดัชนีนวัตกรรมโลก ภายในปี 2030&nbsp;</p>

<p></p>

<p>และวันสุดท้ายนำเสนอเกี่ยวกับ Metaverse ซึ่งคือเทคโนโลยีโลกเสมือนที่มีศักยภาพ เข้ามาช่วยตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจน สร้างความเท่าเทียม ทางสังคม เศรษฐกิจ การศึกษาและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) ในการสร้างแบบจำลอง ทดลอง ในหลากหลายวงการ เช่น การศึกษา ซึ่งนอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายยังทำให้เห็นภาพของการวิจัยต่างๆ และชิ้นงานที่ชัดเจนขึ้น สำหรับการแพทย์ จะช่วยฝึกทักษะยากให้เกิดความแม่นยำก่อนลงมือจริง ทั้งนี้ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเมตาเวิร์สเกิดขึ้นจำนวนมาก และมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ในการสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ ซึ่งมีกลุ่มนักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเป็นพิเศษ ดังนั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนควรเตรียมพร้อมเพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสนี้ไป&nbsp;</p>

<p></p>

<p>ดร.พันธุ์อาจ กล่าวสรุปว่า สำหรับยอดการเข้าชมงานในช่วง 2-3 ปีนี้ ไม่ได้เน้นการนับยอดผู้ที่เดินเข้างานเหมือนนอดีต แต่มองในเรื่อง Engagement ซึ่งตลอด 3 วันของการจัดงานมีเข้าชมงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของ NIA, Startup Thailand และ Innovation Thailand อย่างล้นหลามกว่า 1.9 ล้านคน ซึ่งถือว่าไม่น้อยสำหรับหน่วยงานราชการ มีผู้เข้าร่วมงานทั้งทางเว็บไซต์และโลกเมตาเวิร์สมากกว่า 6,000 คน เกิดการรับรู้ของนานาชาติมากกว่า 10 ประเทศกับคลังความรู้ด้านการพัฒนาเมืองนวัตกรรมและการเปิดพื้นที่นวัตกรรมให้เกิดการเชื่อมต่อกันทั้งระดับประเทศและระดับโลกในเวทีฟอรั่มรวม 35 หัวข้อ โดยสุดยอดสตาร์ทอัพและนวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากในประเทศและต่างประเทศกว่า 70 ท่าน ที่มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์สามารถเข้าชมย้อนหลังผ่านทางยูทูบของ NIA มีบูธนำเสนอผลงานและบริการจากสตาร์ทอัพ นวัตกร พันธมิตรนวัตกรรมไทยในเมตาเวิร์สมากกว่า 100 บูธ มี 30 เมนทอร์ที่มีชื่อเสียงจากหลายหลายวงการมาร่วมงาน มีกลุ่มนักลงทุนมากกว่า 20 รายและสตาร์ทอัพมากกว่า 50 ราย ที่นอกจากจะมาเจอกัน อัปเดตเทรนด์และความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแล้ว แต่ละส่วนยังมีโอกาสได้พบปะเจรจาธุรกิจกันในงานเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นทุกปี ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสูงสุดของงาน ที่ได้เชื่อมทุกคนมาเจอกัน&nbsp;</p>

<p></p>

<p>กิจกรรมทั้งหมดในงาน SITE 2022 ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนของไทยในการร่วมกันสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความพร้อมทางนวัตกรรมของไทยในอุตสาหกรรมและพื้นที่ต่างๆ ที่สามารถพัฒนาเชื่อมต่อกับเมืองนวัตกรรมอื่นๆ ของโลกได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>

<p></p>

<p>NIA เชื่อมั่นว่าการเริ่มต้นเชื่อมเมืองนวัตกรรมไทยอีกครั้ง หลังจากงาน SITE 2022 เราจะได้เห็นการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลากหลายสาขามากขึ้น ทั้งนี้ สำหรับทิศทางต่อไปของ SITE คือ การผลักดันให้เกิด พรบ. สตาร์ทอัพซึ่งเป็น 1 ใน 10 พรบ.ปฎิรูปประเทศ บทบาทของภาครัฐที่จะเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจสตาร์ทอัพ และส่งเสริมเรื่องเทคโนโลยีเชิงลึกให้มากขึ้น และเราจะกลับมาพบกันอีกครั้งในรูปแบบอิเวนต์จริงที่ยิ่งใหญ่ กับงาน Startup x Innovation Thailand 2023 (SITE 2023) ระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน 2566 พร้อมขอเชิญชวนทุกคนเตรียมเปิดโลกใบใหม่และร่วมขับเคลื่อนประเทศไปด้วยกัน&nbsp;</p>

<p></p>

<p>#NIA #SITE2022 #SITE2023 #StartupThailand #InnovationThailand #Metaverse #GlobalInnovationCity #Avatar</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.2023061561f8d24c40abe92ded33f77d5ab96bef094215.jpg' type='image/jpg' length='665841' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วมจัดงาน ETDA Digital Foresight Symposium 2022 "Future Ready: Advancing Thailand for the Digital Forward"]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/655</link>
<guid isPermaLink="false">c33a42efa211e3a862951925658f06a9</guid>
<pubDate>Thu, 30 Jun 2022 10:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>NIA ร่วมจัดงาน ETDA Digital Foresight Symposium 2022 &quot;Future Ready: Advancing Thailand for the Digital Forward&quot;</p>

<p>พร้อมยกขบวนทัพผู้เชี่ยวชาญด้าน Foresight เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต นำโดย ดร.ชัยธร ลิมาภรณ์วณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์นวัตกรรม NIA ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ &ldquo;Applying Foresight to Drive Thailand&rsquo;s Digital Future&rdquo; กับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการมองอนาคต ได้แก่ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ และ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการเสวนามีการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับโอกาสและความสำคัญของเครื่องมือการมองอนาคตต่อการกำหนดทิศทางความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตของคนไทยในอนาคต นอกจากนี้ NIA และ ETDA ยังได้มีการลงนามความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนการคาดการณ์อนาคต และการทดสอบนวัตกรรมหรือบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในผู้ประกอบการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้กรอบและแนวทางการดำเนินงาน 2 ประเด็น ได้แก่ 1) การมองอนาคต (Foresight) เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการมองอนาคตร่วมกัน ส่งเสริมการยกระดับเครือข่ายของการมองอนาคต ตลอดจนส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตในอนาคต 2) การทดสอบนวัตกรรมหรือบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนทางด้านเทคนิค โครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ให้กับผู้ให้บริการนวัตกรรม (Innovation Service Providers) ผู้เชี่ยวชาญ ที่สนใจนำนวัตกรรมหรือบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ไปให้บริการ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมบนฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการนวัตกรรม<br />
#NIA #innovation #ETDA #Foresight #ETDADigitalForesightSymposium2022</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230615a0fae15447be579e36b3362aa4d8b30f100453.jpg' type='image/jpg' length='293076' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วม “ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย” (Thai Space Consortium: TSC) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/102/iid/651</link>
<guid isPermaLink="false">b1ba7b84add95c99303297c70fdc2fb9</guid>
<pubDate>Mon, 05 Apr 2021 13:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:36px;">NIA ร่วม &ldquo;ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย&rdquo; (Thai Space Consortium: TSC) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="NIA ร่วม “ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย” (Thai Space Consortium: TSC) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศ" src="/file/get/file/3.20230614f464c6449e939e56c4c3e01664c013c0134614.jpg" style="width: 700px; height: 375px;" /></p>

<p>.<br />
การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ มีเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านอวกาศของไทย โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพ และเครือข่ายที่มีอยู่ เพื่อพัฒนาบุคลากรและนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นมาสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอวกาศของไทย ตลอดจนผลักดันให้เกิดการนำประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศไปพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง รวมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอวกาศเพื่อให้เกิดการลงทุน<br />
.<br />
จากความร่วมมือดังกล่าว NIA ได้ริเริ่มกิจกรรมบ่มเพาะ &ldquo;โครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเศรษฐกิจอวกาศ ภายใต้ชื่อ Space Economy: Lifting Off 2021&rdquo; ขึ้น ในรูปแบบ &ldquo;Co-creation&rdquo; คือ เน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ร่วมทำงานจริงกับหน่วยงานพันธมิตรและนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจ โดยจะคัดเลือกสตาร์ทอัพจำนวน 10 ราย ซึ่งผู้สนใจไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ต้องมีแนวคิดที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม มีทีมงานและเทคโนโลยีพื้นฐานที่พร้อมจะพัฒนาต่อยอดสู่เทคโนโลยีด้านอวกาศได้ ทุกทีมจะได้รับการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ มีโอกาสได้นำเสนอผลงานกับนักลงทุนที่สนใจ รวมถึงมีส่วนสร้างให้เกิดเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะร่วมกันสนับสนุนและผลักดันให้เกิดสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเศรษฐกิจอวกาศขึ้นในประเทศไทย&nbsp;<br />
.<br />
โดย 11 พันธมิตรที่ร่วมลงนาม ได้แก่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ มหาวิทยาลัยมหิดล&nbsp;<br />
.<br />
#NIA #สำนักงานนวัตกรรม #Innovation #TSC #ThaiSpaceConsortium</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230614f464c6449e939e56c4c3e01664c013c0134614.jpg' type='image/jpg' length='715817' />
</item>
</channel>
</rss>
