<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/index/id/103</link>
<atom:link href="https://event.nia.or.th/th/content/category/index/id/103" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ประกาศผล "ทีมที่ผ่านเข้าร่วมโครงการ Space Economy: Lifting Off 2023"]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/635</link>
<guid isPermaLink="false">4414f5ee8832a1eb984ff63dbbec9462</guid>
<pubDate>Fri, 26 May 2023 18:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">ประกาศผล ทีมที่ผ่านเข้าร่วมโครงการ Space Economy: Lifting Off 2023</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.2023060896a3be3cf272e017046d1b2674a52bd3180632.png" style="width: 700px; height: 681px;" /></p>

<p>ขอแสดงความยินดีกับ 10 ทีมที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ โดยทุกทีมได้โอกาสเข้าสู่การบ่มเพาะและถ่ายทอดองค์ความรู้จากหน่วยงานพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอวกาศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศและอากาศยานให้เติบโตในอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;<br />
1. ทีม AIRG​<br />
<a href="https://www.devdronemapper.com/" target="_blank">2. ทีม​ DevDroneMapper (DDM)&nbsp;</a><br />
3. ทีม CiiMAV​​<br />
4. ทีม EarthMove​<br />
<a href="https://icsco.ai/" target="_blank">5. ทีม iCreative Systems</a><br />
6. ทีม MUT Space Maker​​<br />
<a href="https://siamairspace.com/" target="_blank">7. ทีม Siam Airspace Innovation​</a><br />
8. ทีม Spacedox HAPs​​<br />
<a href="https://www.ultimate.co.th/drone/" target="_blank">9. ทีม Ultimate Drone Solution</a><br />
<a href="https://vekin.io/" target="_blank">10.ทีม VEKIN</a><br />
&nbsp;<br />
และขอขอบคุณสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเทคโนโลยีอวกาศและอากาศยานทุกทีมที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ✨<br />
&nbsp;<br />
ติดตามอัปเดตกิจกรรมและข้อมูลโครงการได้ที่ <a href="https://nia.or.th/spaceeconomy/" target="_blank">https://nia.or.th/spaceeconomy/</a><br />
&nbsp;<br />
<a href="https://www.facebook.com/hashtag/nia" target="_blank">#NIA</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/spaceeconomy" target="_blank">#SpaceEconomy</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/spaceeconomyliftingoff2023" target="_blank">#SpaceEconomyLiftingOff2023</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/spacetech" target="_blank">#SpaceTech</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/startup" target="_blank">#Startup</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306082b5e7e39c27fe1ffec519ab960d67958180632.png' type='image/png' length='1567000' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กิจกรรมการสร้างศูนย์ “STEAM4INNOVATOR CENTER” ร่วมกับ 10 โรงเรียนเครือข่าย]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/634</link>
<guid isPermaLink="false">02c55279e67264bbfb71ed340b47511c</guid>
<pubDate>Wed, 10 May 2023 17:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">กิจกรรมการสร้างศูนย์ &ldquo;STEAM4INNOVATOR CENTER&rdquo; ร่วมกับ 10 โรงเรียนเครือข่าย</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="กิจกรรมการสร้างศูนย์ “STEAM4INNOVATOR CENTER” ร่วมกับ 10 โรงเรียนเครือข่าย" src="/file/get/file/3.20230608e2dd97d90653b9ee03ca654c22bffc3b175742.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p>จบไปแล้วสำหรับกิจกรรมการสร้างศูนย์ &ldquo;STEAM4INNOVATOR CENTER&rdquo; &nbsp;จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 และ 21 เมษายน 2566 ณ อาคารอุทยานนวัตกรรม ร่วมกับคุณครู 51 คน จาก 10 โรงเรียน ดังนี้</p>

<p><strong>โรงเรียนกำเนิดวิทย์</strong></p>

<ul>
	<li>นายมิญช์ เมธีสุวกุล&nbsp;</li>
	<li>นายศรัณย์ นวลจีน &nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนป่าพะยอมพิทยาคม&nbsp;<br />
โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยทักษิณ (โครงการ วมว. - ม.ทักษิณ)</strong></p>

<ul>
	<li>ผศ.ดร.ชัยสิทธิ์ นิยะสม</li>
	<li>นายอิมรอน วาเล๊าะเเต</li>
	<li>อ.ดร.เกษศิรินทร์ รัทจร &nbsp;</li>
	<li>ผศ.ดร.นันทรัตน์ พฤกษาพิทักษ์ &nbsp;</li>
	<li>นายพรภวิษย์ ทับชุม &nbsp;<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนชลประทานวิทยา</strong></p>

<ul>
	<li>นายวีระกิตติ์ รฐาโชคนิธิธนาดุล &nbsp;</li>
	<li>นายเกษตร บุบผาผสม</li>
	<li>นายทศวรรษ โตเสือ &nbsp;</li>
	<li>นายนฤพงษ์ ทองสุข</li>
	<li>นายปราโมทย์ ใยจุ้ย &nbsp;<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนตะกั่วป่า &ldquo;เสนานุกูล&rdquo;</strong></p>

<ul>
	<li>นายกฤษฎา การะเกต &nbsp;</li>
	<li>นายสาธิต วรรณพบ &nbsp;</li>
	<li>นายธีรภัส สฤษดิสุข &nbsp;</li>
	<li>นายเมธีชัย วานิชาชีวะ &nbsp;</li>
	<li>นางสาวกมลชนก &nbsp;ขำแก้ว &nbsp;</li>
	<li>นายณัชพล เผ่าทิพย์จันทร์&nbsp;<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี</strong></p>

<ul>
	<li>นายสุภกร เขตมนตรี &nbsp;</li>
	<li>นางสาวสุรีพร หาไมตรี &nbsp; &nbsp;</li>
	<li>นางปุณยนุช ทัพซ้าย &nbsp;</li>
	<li>นางสาวมารียำ แปะโพระ &nbsp;</li>
	<li>นางสาวธนัญญา ทับทิมเทศ &nbsp;</li>
	<li>นางสาวสุธารัตน์ ผลมีศักดิ์ &nbsp;<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา</strong></p>

<ul>
	<li>นายสมพร ชัยวงษ์ &nbsp;</li>
	<li>นางสาววรางคณา ชาวน่าน</li>
	<li>นางสาวมินทร์ตรา วิชาสวัสดิ์ &nbsp;</li>
	<li>นายอภิสันต์ สามัญตา &nbsp;</li>
	<li>นายคมสัณห์ จันสอน<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี</strong></p>

<ul>
	<li>นายชลธีร์ จันทร์ลอย</li>
	<li>นางสาวดารณี ไชยเวช &nbsp;</li>
	<li>นางสาวพรพรรณ โฉมวงษ์</li>
	<li>นายขุนทอง คล้ายทอง</li>
	<li>นางสาวช่อรัก วงศ์สวรรค์ &nbsp;</li>
	<li>นายนาอีม บินอิบรอเฮง<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนศึกษานารี</strong></p>

<ul>
	<li>นางศิถี ร่มลำดวน &nbsp;</li>
	<li>นายประวิทย์ พึ่งสุข &nbsp;</li>
	<li>นายอภิชาติ ร่มลำดวน &nbsp;</li>
	<li>นายมานะ อินทรสว่าง &nbsp;</li>
	<li>นางสาววิภาชดา มีอำมาตร<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนแสงทองวิทยา</strong></p>

<ul>
	<li>นางสาวศันสนีย์ ระดมกิจ</li>
	<li>นาวสาวอรพรรณ เจริญสุข &nbsp;</li>
	<li>นางสาววันวิสา นฤมิตวงค์ &nbsp;</li>
	<li>นายมนัสพัฒน์ ขุนหมุด &nbsp;</li>
	<li>นายวัชระพล สังข์ศิริ</li>
	<li>นายจักรพันธ์ มันจันดา<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p><strong>โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี</strong></p>

<ul>
	<li>น.ส.พิชชาพร ประยูรอนุเทพ</li>
	<li>มาสเตอร์​วิฑูรย์​ เรืองขำ</li>
	<li>นายวสุรัตน์ สิริจำลองวงศ์ &nbsp;</li>
	<li>นายเจนธรรม จันทร์เสริมพงศ์</li>
	<li>น.ส.ปริญญา พรอนันต์<br />
	&nbsp;</li>
</ul>

<p>และนี่คือภาพความประทับใจของกิจกรรมภายในงานซึ่งคุณครูและบุคลากรที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ขอบอกว่าได้รับทั้งความสนุก และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสร้างนวัตกรรม &ldquo;STEAM4INNOVATOR&rdquo; แบบจัดเต็มสุดๆ พร้อมทั้งได้เรียนรู้โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Economy Model) ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล การเรียนรู้แผนพัฒนาธุรกิจและกระบวนการสำคัญต่างๆ ของการสร้างนวัตกรรุ่นใหม่โดยได้ลงมือเวิร์คช็อปกันจริงๆ ผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยตรงอีกด้วย</p>

<p>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการพัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับคุณครูผู้สร้างนวัตกรรุ่นใหม่เพื่อส่งต่อความรู้และพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้ก้าวสู่การเป็น &quot;นวัตกร&quot; ผ่านกระบวนการ &ldquo;STEAM4INNOVATOR &rdquo;</p>

<p>ขอขอบคุณคุณครูและบุคลากรทุกท่านที่ให้ความสนใจในกิจกรรมการสร้างศูนย์ &ldquo;STEAM4INNOVATOR CENTER&rdquo; ในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ที่ได้รับทั้งหมดจะช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมากขึ้นต่อๆ ไป</p>

<p>#NIA #STEAM4INNOVATOR #NIAACADEMY #INNOVATION #STEAM4INNOVATORCENTER</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230608e2dd97d90653b9ee03ca654c22bffc3b175742.jpg' type='image/jpg' length='3797917' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA – สถาบันเอเชียศึกษา – คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ดึง 7 พรรคการเมือง ร่วมเวทีดีเบต 5 โจทย์นวัตกรรมครั้งแรกของเมืองไทย พร้อมจุดยืนสร้างไทยสู่ชาตินวัตกรรม]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/633</link>
<guid isPermaLink="false">be091188659a55f11d23fafb09343d3d</guid>
<pubDate>Fri, 28 Apr 2023 17:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA &ndash; สถาบันเอเชียศึกษา &ndash; คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ ดึง 7 พรรคการเมือง &nbsp;ร่วมเวทีดีเบต 5 โจทย์นวัตกรรมครั้งแรกของเมืองไทย พร้อมจุดยืนสร้างไทยสู่ชาตินวัตกรรม</span></span></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดีเบต 5 โจทย์นวัตกรรมครั้งแรกของเมืองไทย" src="/file/get/file/3.202306080eed9264c58c4ae89dba7d4893f5d8b7173318.jpg" style="width: 700px; height: 474px;" /></p>

<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดพื้นที่ชวนตัวแทนพรรคการเมืองร่วมดีเบตนโยบายนวัตกรรมสู่การขับเคลื่อนประเทศด้วยมิติการเมืองใหม่ พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &ndash; สังคมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกับประชาชน นอกจากนี้ ยังเผยถึงนโยบายด้านนวัตกรรมกับการแก้ไขปัญหาของไทยตาม<strong>แนวคิด 3C &ldquo;Competitiveness &ndash; Corruption - Climate Change&rdquo; ที่ผู้นำจำเป็นต้องนำนวัตกรรมมาเร่งสร้างการเปลี่ยนแปลง</strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) " src="/file/get/file/3.202306088d9c5b273525dca6bbaff0db9828569d173318.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)</strong> กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ใกล้ถึงนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายพรรคการเมืองได้ออกนโยบายเพื่อสร้างและพัฒนาประเทศให้มีพัฒนาการในด้านเศรษฐกิจ สังคม สวัสดิการ สาธารณสุข การศึกษา และอีกหลากหลายด้านตามบริบทวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนไป โดยการจะสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้นั้น NIA เชื่อมั่นว่าควรนำ &ldquo;นวัตกรรม&rdquo; มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน และต้องทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่านวัตกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) เพียงอย่างเดียว แต่ปัจจัยทางนวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน ความมั่นคงในชีวิตได้อย่างแท้จริง</p>

<p></p>

<p>&ldquo;นโยบายนวัตกรรมในประเทศไทยมักจะเป็นการพูดรวมกันระหว่างนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพราะมองว่านวัตกรรมมาจากการวิจัยและพัฒนา แต่จริง ๆ มีสิ่งที่ตรงประเด็นกว่านั้นคือ การสร้างบริษัทที่นำเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่มาใช้ เนื่องจากพบปัญหาคือบริษัทที่ทำในด้านนวัตกรรมนั้นยังมีไม่มากพอ อีกทั้งการที่บริษัทจะโตในเศรษฐกิจฐานรากได้ ต้องสร้างบริษัทที่ทำด้านนวัตกรรมและขายได้ในระดับโลกให้เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานระบบนวัตกรรมของไทยถูกผลักดันจากบริษัทขนาดใหญ่ด้านพลังงานทางเลือก การเกษตร และเคมี ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพต้องไปทำงานกับบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงการสร้างโอกาสให้นวัตกรรมไม่กระจุกตัวอยู่แค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือบริษัทใหญ่ ๆ เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยลดปัญหาเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ได้ และบริษัทด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมควรจะเพิ่มขึ้นในฐานะของการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในเมืองไทยอีกด้วย&rdquo;</p>

<p></p>

<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเพิ่มและการสร้างบริษัทด้านนวัตกรรมให้เพิ่มขึ้นในประเทศไทยแล้ว ในเร็ว ๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงภายใต้วาระของผู้นำคนใหม่ ซึ่งควรมี &ldquo;การวางนโยบายด้านนวัตกรรมของประเทศ&rdquo; ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เนื่องจากจะเห็นได้ว่ากลุ่มประเทศที่เป็นสายแข็งในด้านเทคโนโลยี - นวัตกรรม ล้วนมีแผนจากรัฐบาลที่ชัดเจนว่าจะผลักดันอะไรของประเทศให้เป็นที่จดจำ สร้างมูลค่า จนไปถึงการเป็นแบรนด์ของประเทศให้เป็นที่รับรู้ของชาวโลก ซึ่งการมีแผนที่ชัดเจนยังเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่มีบทบาทส่งเสริมระบบนวัตกรรม ธุรกิจนวัตกรรม กลุ่มคนที่มีความสามารถให้ขับเคลื่อนแผน &ndash; แนวปฏิบัติได้อย่างตรงจุด รวมถึงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในการนำแนวคิดไปพัฒนาธุรกิจ ทักษะความสามารถ และสะท้อนความสำเร็จกลับมาสู่รัฐในฐานะผู้วางนโยบายได้อีกด้วย</p>

<p></p>

<p>&ldquo;NIA เห็นความสำคัญของการนำนโยบายด้านนวัตกรรมมาร่วมขับเคลื่อนประเทศ จึงร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดพื้นที่ให้ตัวแทนจากพรรคการเมืองได้ร่วมนำเสนอนโยบายนวัตกรรมสู่การขับเคลื่อนประเทศด้วยมิติการเมืองใหม่ พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &ndash; สังคมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพราะ NIA มองว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมายประเทศนวัตกรรมจะสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ เอกชน และการเมืองเป็นสำคัญ</p>

<p></p>

<p>โดยวาระสำคัญที่ต้องการให้พรรคการเมืองได้นำเสนอแนวทางคือ</p>

<p>นโยบายเร่งด่วนด้านนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศใน 4 ปีข้างหน้า</p>

<ol>
	<li>นโยบายการส่งเสริมและพัฒนา 3S (SMEs &ndash; Startup &ndash; SE) โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมทั้งการกระจายโอกาสทางนวัตกรรมไปสู่ระดับพื้นที่</li>
	<li>นโยบายการพัฒนาเชิงพื้นที่และเมือง เพื่อสร้างอัตลักษณ์นวัตกรรมและดึงดูดการลงทุนและนวัตกร รวมถึงโอกาสการกระจายความเจริญระดับเมืองสู่ภูมิภาค (**กรุงเทพฯ ติดอันดับ 145 ของเมืองนวัตกรรมโลก)</li>
	<li>นโยบายนวัตกรรมกับการแก้ไขปัญหาประเทศ: ความสามารถในการแข่งขัน - คอรัปชัน &ndash; การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาค่าบริการสาธารณูปโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน และ</li>
	<li>การสร้งความรู้ ความเช้าใจ และการรับรู้ให้ประชาชนมองว่านวัตกรรมเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ<br />
	&nbsp;</li>
</ol>

<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวาระเร่งด่วนของประเทศไทย NIA ยังคงมองประเด็นการส่งเสริมนวัตกรรมภายใต้โมเดล 3C คือ Competitiveness ซึ่งเป็นการส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขันของบริษัทนวัตกรรมให้มีมากขึ้น เพราะบริษัทที่แข่งขันได้ล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่ส่วนใหญ่เติบโตในระดับโลกหมดแล้ว มีจำนวนไม่มาก และอาจยังไม่สามารถสะท้อนความเป็นชาติแห่งนวัตกรรมของไทยได้มากนัก จึงต้องเร่งสร้างแบรนด์นวัตกรรมไทยระดับโลกโดยบริษัทขนาดใหญ่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อการเติบโตระยะยาว รวมถึงเสริมสร้างการสร้างงานนวัตกรรมและเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ ส่วนต่อมาคือ Corruption หมายถึง การแสดงออกถึงความโปร่งใส ควรมีนวัตกรรมที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการทำงานของรัฐได้หลายรูปแบบ โดยเฉพาะนวัตกรรมการเงินและงบประมาณภาครัฐ นวัตกรรมตรวจสอบและระบบยุติธรรมภาครัฐ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและก้าวไปในทิศทางที่ดีขึ้น และส่วนสุดท้ายคือ Climate Change ซึ่งเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ขยะ ฝุ่น PM 2.5 รถติด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ตามเจตนารมณ์โลก ซึ่งเหล่านี้ผู้นำและผู้กำหนดนโยบายล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="รศ. ดร. ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย " src="/file/get/file/3.20230608c84d127a325fbb10d5a9c0fcdc623713173318.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p>รศ. ดร. ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราคิดและสร้างนโยบายนวัตกรรมแบบทุนนิยม โดยละเลยการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในความหมายของนวัตกรรมตามความหมายของโจเซฟ ชุมปีเตอร์ ที่กล่าวว่าเป็นการทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์ (Creative Destruction) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ กระบวนการใหม่ หรือตลาดใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็จะทำลายสิ่งเก่า ซึ่งความท้าทายในแต่ละยุคสมัยมักจะมาพร้อมนวัตกรรม นั่นคือความสามารถของสังคมและพวกเราทุกคนในการหาจุดที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้วนวัตกรรมจำเป็นและมีพลังมากพอที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ นอกจากนี้ นวัตกรรมก่อให้เกิดความสามารถด้านการแข่งขัน ลดการพึ่งพา และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคมได้</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="รศ. ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์" src="/file/get/file/3.20230608d401344e4dc72452989328ffdd793555173318.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><strong>รศ. ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์</strong> กล่าวว่า โจทย์สำคัญของไทยคือประชากรในโลกเกิน 50% อยู่ในพื้นที่เมือง และคาดการณ์ว่าอีก 30 ปีข้างหน้า อาหารที่มีในโลกจะรองรับประชากรได้เพียงครึ่งหนึ่งของความต้องการอาหารทั้งหมด จึงต้องขยายความสามารถในการรองรับความต้องการของมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปให้สมดุลกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรที่มีจำกัด สำหรับนวัตกรรมเชิงพื้นที่ที่ภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองได้ออกแบบย่านนวัตกรรมจะมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ 1) พื้นที่ที่มาจากศูนย์ค้นคว้าและวิจัยระบบพร้อมพัฒนานวัตกรรมในสถาบันการศึกษา หรือแหล่งผลิตที่มีองค์ความรู้พื้นฐาน 2) พื้นที่ที่มีการผลิตซ้ำในเชิงอุตสาหกรรม และ 3) พื้นที่ทดลองใช้ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเมือง โดยต้องออกแบบพื้นที่ใหม่หรือปรับปรุงพื้นที่เดิม เช่น ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่เพื่อทำรายได้จากการแพทย์ยุคใหม่ แต่มุ่งให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพดีในราคาที่เหมาะสมผ่านการแบ่งปันเครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคม และย่านนวัตกรรมเกษตรและอาหารที่จังหวัดขอนแก่น จะเห็นได้ว่านวัตกรรมเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอนในอนาคต และต้องการพื้นที่เมืองรองรับ ทั้งเมืองและชนบทต้องเกื้อกูลกัน เช่น วัตถุดิบที่ต้องการอาจอยู่ในพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม แต่ต้องการพื้นที่เมืองในการต่อยอดและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อกลับไปพัฒนาพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม ประเทศไทยต้องเดินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับศักยภาพ ข้อจำกัด และโอกาสของประเทศได้อย่างเหมาะสม</p>

<p></p>

<p>ในช่วงเสวนาดีเบตนโยบายนวัตกรรมสู่การขับเคลื่อนประเทศด้วยมิติการเมืองใหม่ ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคได้ร่วมโชว์วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &ndash; สังคมของประเทศไทยด้วยนวัตกรรม ดังนี้</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.20230608f25e94c4215359864471fb66427b266d173818.png" style="width: 100%;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306080eed9264c58c4ae89dba7d4893f5d8b7173318.jpg' type='image/jpg' length='526318' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[HACK THAILAND 2575 พลิกโฉมประเทศไทย สู่ภาพอนาคตหลังเลือกตั้ง]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/632</link>
<guid isPermaLink="false">48620422ae8a9eaa89c6230a0536311d</guid>
<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 16:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA ร่วมเปิดเวที &ldquo;48 ชั่วโมง #พลิกโฉมประเทศไทย โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง&rdquo;<br />
กับ Thai PBS (The Active) และ Thai Startup - สมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย</span></span></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ประมวลภาพ Hack Thailand 2575" src="/file/get/file/3.20230608b5701faeef074f812801a4facc33b5b2165103.jpg" style="width: 700px; height: 468px;" /></p>

<p>โดยเวทีนี้ได้เชิญชวนคนมีใจและมีไฟ ร่วม Hack Thailand ผ่าน 12 โจทย์สำคัญจนได้เป็น 12 นโยบายพลิกโฉมประเทศไทย ด้วยเครื่องมือนวัตกรรมทางสังคมรูปแบบใหม่ Policy Hackathon ที่นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาในมิติต่าง ๆ ของประเทศ จากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน เยาวชน Startup และผู้สมัครพรรคการเมือง เพื่อนำเสนอนโยบายจากประชาชนส่งต่อให้กับผู้บริหารประเทศนำไปขับเคลื่อนประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง 2566</p>

<p>เป้าหมาย</p>

<p>1. สร้างพื้นที่ของ Active Citizen 100 คนจากหลายกลุ่ม เข้าร่วมระดมไอเดีย และเปิดโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนอื่นๆ<br />
2. เสนอ 12 นโยบายที่แก้โจทย์พลิกโฉมประเทศไทย จาก 6 มิติ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ระบบรัฐ การศึกษา สาธารณสุข<br />
3. นโบายที่นำเสนอได้รับความสนใจจากพรรคการเมือง และองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปต่อยอด</p>

<p>การสร้างนวัตกรรมทางการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ถือเป็นเรื่องของทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งใหม่มาก ๆ ในสังคมไทย หัวใจสำคัญคือ เราอยากให้พรรคการเมืองที่มีโอกาสไปเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านในอนาคต รับฟังเสียงของประชาชน เอาไปปรับใช้และอยากให้มีการทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ คงไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะการรับฟังเสียงของประชาชนถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต่อจากนี้น่าจะมีเครื่องมือใหม่ ๆ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เสียงของประชาชนได้ยินไปในทุกภาคส่วน สิ่งนี้ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ต้องช่วยกันส่งเสริมและทำให้เกิดขึ้นบ่อยที่สุด</p>

<p>สำหรับผลการร่วมระดมไอเดียตลอด 48 ชั่วโมงของทั้ง 12 ทีม 12 ประเด็น นำมาสู่นโยบายสาธารณะเพื่ออนาคตของประเทศโดยภาคประชาชน ที่ผ่านกระบวนการ Hackathon ร่วมกันคิดบนฐานข้อมูลที่มาจากทุกภาคส่วน และนำเสนอให้พรรคการเมืองพิจารณา จะมีพรรคไหนสนใจนโยบายอะไรบ้าง</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.20230608dca4138db73fca07829a009fda3d7bf5165103.jpg" style="width: 600px; height: 848px;" /></p>

<p>นอกจากนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามความร่วมมือของ &ldquo;หุ้นส่วนนวัตกรรม&rdquo; หรือ Innovation Partnership ต่อได้ในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2023 หรือ SITE 2023 วันที่ 22-24 มิถุนายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่เป็นพลังในการขับเคลื่อน &ldquo;นวัตกรรมภาครัฐ&rdquo; และร่วมจัดงานกับเราในปีนี้ก็คือ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. ซึ่งจะมาร่วมเสวนาและจัดนิทรรศการแสดงผลงานนวัตกรรมภาครัฐ รวมทั้งกิจกรรม Workshop สนุก ๆ ชวนกระตุกความคิด และเรียนรู้เรื่อง Gov Innovation ไปด้วยกัน! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://site.nia.or.th/" target="_blank">https://site.nia.or.th/</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230608b8f5f774573b151adceb6762d68e0243165102.jpg' type='image/jpg' length='335340' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA คว้าแชมป์ “องค์การมหาชน” ด้านเทคโนโลยี – นวัตกรรมแห่งปี]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/631</link>
<guid isPermaLink="false">cd5de8d4567138fdbbd40f09bef87df0</guid>
<pubDate>Fri, 31 Mar 2023 16:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:28px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA ได้รับรางวัลอันดับที่ 1 จากเวที 2022-2023 Thailand&rsquo;s Most Admired Company</span></span></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.202306088c31a9e0a3310587a1a03e608cfd7921161659.jpg" style="width: 700px; height: 366px;" /></p>

<p>ในฐานะองค์กรหลักในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มคุณค่าที่ยั่งยืน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มีบทบาทในการส่งเสริมการสร้างระบบนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรม รวมถึงยกระดับทักษะและความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย โดยจากพันธกิจนี้ส่งผลให้ NIA ถูกจัดให้เป็น<a href="https://brandage.com/article/33835?fbclid=IwAR0hosp_hnSIKl3VrRzAxkfw6Smi7F2lpJA9-AocaVhmhGzk-NsXJciKHfY" target="_blank">อันดับที่ 1 จากผลการสำรวจ 2022-2023 Thailand&#39;s Most Admired Company ในกลุ่ม &ldquo;องค์การมหาชน&rdquo; (นวัตกรรม + เทคโนโลยี)</a> ที่ได้รับความเชื่อมั่น การจดจำ และการยอมรับสูงสุดในเชิงภาพลักษณ์ รวมถึงความพึงพอใจในการให้บริการ และการทำประโยชน์เพื่อสังคม&nbsp;</p>

<p><br />
<strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)</strong> กล่าวว่า แม้วันนี้ NIA จะก้าวมาเป็นองค์การมหาชนอันดับ 1 จากการสำรวจ 2022-2023 Thailand&#39;s Most Admired Company แต่การจะรักษาความนิยมอยู่ได้องค์กรต้องมีธรรมาภิบาล ความโปร่งใส โดยเฉพาะภายในที่ต้องยึดมั่นต่อเป้าหมายในการสร้าง Ecosystem ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>

<p><br />
<strong><em>&ldquo;ในแง่ของการสร้างแบรนด์ เราก็ไม่ต่างจากเอกชน เราอาจจะมีแต้มต่อเพราะชื่อของเรามีคำว่านวัตกรรม เพราะฉะนั้นเราจะไม่หยุดอยู่กับที่ ต้องไปข้างหน้าเรื่อยๆ คำว่า NIA สำคัญมากว่าคนจะจดจำเราแบบไหนก็อยู่ที่เราสร้างแบรนด์อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำค่อนข้างมากหากเทียบกับหลายๆ หน่วยงานราชการ สุดท้ายคือผู้บริหารต้องแอ็กทีฟมาก เพื่อทำให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่กับที่แต่เราเป็นราชการที่คอยกำหนดเทรนด์ตัวนี้สำคัญมาก&rdquo;</em></strong></p>

<p>&nbsp;<br />
ทั้งนี้ในพิธีมอบรางวัลดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 มีรองธีรีสา มัทวพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="รองธีรีสา มัทวพันธุ์ รองผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์องค์กร เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัล" src="/file/get/file/3.20230608badafe2de2b4e4e218ad32a96d12236c161659.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" />&nbsp;</p>

<p>โดย NIA ได้รับการจัดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มธุรกิจองค์การมหาชน (นวัตกรรม + เทคโนโลยี) ด้วยคะแนนเฉลี่ยรวม 7.26 และได้คะแนนสูงสุดในทุกตัวแปรย่อย ได้แก่<br />
&nbsp;</p>

<ol>
	<li>ความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) รวมถึงความต่อเนื่องในการคิดค้นความสามารถในการปรับปรุงสิ่งเดิมให้กลายเป็นสิ่งใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ที่นำมาซึ่งนวัตกรรม (Innovation) ซึ่ง NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 8.10</li>
	<li>ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Business Performance) หรือความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรที่ส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงมีระบบควบคุมการตรวจสอบทุจริตที่ดี ซึ่ง NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 6.87</li>
	<li>ภาพลักษณ์แบรนด์ขององค์กร (Corporate Image) หรือการเป็นเจ้าของแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง เป็นแบรนด์ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และมีมูลค่าแบรนด์ที่สูง ซึ่ง NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 7.80</li>
	<li>การบริหารการจัดการ (Management) มีการบริหารจัดการที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องของบุคลากร ทีมงาน และความสามารถอันโดดเด่นของผู้บริหารระดับสูง ที่สามารถสร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน ซึ่ง NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 6.90</li>
	<li>ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate CSR) การเป็นองค์กรที่ดี มีความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม หรือเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือสังคม และสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่างๆ NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 6.80</li>
	<li>การบริการที่ดี (Excellence Service) มีความสะดวกในการเข้าไปใช้บริการ ซึ่งพนักงาน ต้องมีหัวใจในการให้บริการและให้เกียรติลูกค้า NIA ได้คะแนนในส่วนนี้เท่ากับ 7.10</li>
</ol>

<p>&nbsp;<br />
นอกจากนี้ ยังติดอันดับ 1 ใน 10 องค์กรประเภท Best in Innovation ซึ่งมีองค์กรรัฐเพียง 2 แห่งที่ติดอันดับนี้ คือ NIA และโรงพยาบาลรามาธิบดี นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรเป็นอย่างยิ่งที่มีคนเห็นคุณค่าและความตั้งใจในการดำเนินงานของ NIA<br />
&nbsp;<br />
#NIA #Innovation #ThailandsMostAdmiredCompany #BrandAge</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230608badafe2de2b4e4e218ad32a96d12236c161659.jpg' type='image/jpg' length='977174' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA โชว์ศักยภาพนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรของสตาร์ทอัพไทยแด่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร รัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย และคณะ]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/630</link>
<guid isPermaLink="false">2bf9aab8969036a00e3e5b1483b764b6</guid>
<pubDate>Thu, 16 Mar 2023 16:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA โชว์ศักยภาพนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรของสตาร์ทอัพไทยแด่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร<br />
รัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย และคณะ</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.202306086f7c28b6a03734c9e472423da79cae64160247.jpg" style="width: 700px; height: 525px;" /></p>

<p>NIA นำ Dr. Jeffery G. Datuk, The Deputy Chief Minister and Minister of Agriculture and Fisheries and Food Industry รัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย และคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมและ และร่วมหารือแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร กับสตาร์ทอัพด้านการเกษตร 2 ราย ได้แก่ ไดสตาร์เฟรช และฟาร์มคอนเน็ค เอเชีย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566<br />
<br />
&nbsp;<br />
เริ่มต้นช่วงเช้าได้เยี่ยมชม &ldquo;ไดสตาร์เฟรช&rdquo; เป็นโรงงานผลิตพืชในระบบปิด (Plant Factory) ที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ ทั้งการให้น้ำ ให้แสง อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีแล้ว ยังสามารถปลูกพืชนอกฤดูกาลได้ นับได้ว่าเป็นการทำเกษตรแนวตั้งที่เหมาะสำหรับการทำเกษตรในเมือง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ต้องการผักที่สะอาด ปลอดภัย โดยในปัจจุบัน เน้นการปลูกพืชผักกินใบ เช่น ผักเคล สปิแนช มิซูน่า กรีนคอส บริการจัดส่งผักแบบสมาชิกโดยตรงจากฟาร์มในกรุงเทพและปริมณฑล ที่เก็บเกี่ยวผักสดไม่เกิน 3 ชั่วโมงจะจัดส่งถึงหน้าบ้าน และแบบสั่งซื้อออนไลน์ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม <a href="https://www.distarfresh.com/" target="_blank">https://www.distarfresh.com/</a><br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
ในช่วงบ่าย ได้นำคณะเข้าเยี่ยมชม &ldquo;ฟาร์มคอนเน็ค เอเชีย&rdquo; เป็นระบบเกษตรควบคุมและติดตามการบริหารจัดการน้ำและปุ๋ยในแปลงเกษตรให้มีความแม่นยำและเที่ยงตรงด้วยเทคโนโลยี IoT Fertigation สำหรับการปลูกเมล่อนกลางแจ้ง ช่วยเพิ่มผลผลิตคุณภาพสูงทั้งเกรดเอและเกรดพรีเมี่ยม ได้ผลผลิตตรงตามความต้องการผู้บริโภค ที่รู้จักกันดีในชื่อ นาวิต้าเมล่อน อีกทั้งได้พัฒนาระบบ AI จากข้อมูลการปลูกเมล่อน เพื่อให้เกิดการทำเกษตรได้อย่างแม่นยำขึ้น ซึ่งจะได้ต่อยอดไปยังพืชสวนอื่นๆ อีกด้วย เช่น ทุเรียน สนใจข้อมูลเพิ่มเติม <a href="https://www.farmconnectasia.com/" target="_blank">https://www.farmconnectasia.com/</a><br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
โดยทาง รัฐซาบะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ได้ชื่นชมและให้ความสนใจอย่างมากในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรของสตาร์ทอัพไทย ทั้งนี้ NIA พร้อมสร้างความร่วมมือการพัฒนาและต่อยอดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรร่วมกันระหว่างประเทศมาเลเซียและไทยต่อไป<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
#NIA #AgTechStartup #Agriculture #Innovation #Thailand #Malaysia</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306086f7c28b6a03734c9e472423da79cae64160247.jpg' type='image/jpg' length='486045' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA เปิดเวทีประกวด “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566” เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรชิงรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งวงการนวัตกรรมไทย]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/629</link>
<guid isPermaLink="false">494cab84bdc5a450edf4870bc61a8f8c</guid>
<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 17:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA เปิดเวทีประกวด &ldquo;รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566&rdquo;<br />
เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรชิงรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดแห่งวงการนวัตกรรมไทย</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="เปิดเวทีประกวด “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566” (National Innovation Awards 2023)" src="/file/get/file/3.2023060897378cf90872eefcdd7e662adcb3e3e6131951.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเวทีประกวด &ldquo;รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566&rdquo; (National Innovation Awards 2023) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเชิดชูเกียรติคนไทยผู้สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นและก่อประโยชน์ต่อประเทศในหลากหลายมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างให้เกิดความภาคภูมิใจในศักยภาพของคนไทยและเผยแพร่ต้นแบบการพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ สู่สาธารณชนในวงกว้าง รวมถึงกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านนวัตกรรมในทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นชาติแห่งนวัตกรรม โดยรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ด้านสื่อและการสื่อสาร และด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA " src="/file/get/file/3.202306087f1e983f71016ae52fb1e9f50665f935132001.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA </strong>เปิดเผยว่า &ldquo;รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติถือเป็นรางวัลนวัตกรรมอันทรงเกียรติสูงสุดของวงการนวัตกรรมไทย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านนวัตกรรมจากโครงการแกล้งดิน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรในฐานะ &ldquo;พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย&rdquo; รวมถึงเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติแก่คนไทยที่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความโดดเด่นและก่อประโยชน์ต่อประเทศได้อย่างชัดเจน โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &ldquo;นวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคต&rdquo; ซึ่งเวทีแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศนวัตกรรมไทย ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมผ่านกิจกรรมการให้คำปรึกษา และการสนับสนุนเครือข่ายทั้งด้านนวัตกรรม ธุรกิจ และนโยบาย รวมถึงการสร้างความตระหนักด้านนวัตกรรมผ่านการเผยแพร่ตัวอย่างนวัตกรรมฝีมือคนไทยออกสู่สาธารณชนในวงกว้าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยให้ &ldquo;นวัตกร&rdquo; สามารถพัฒนาต่อยอดและขยายฐานการเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะทำให้ระบบนวัตกรรมไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งพร้อมผ่าวิกฤต และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเป็นการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นชาติแห่งนวัตกรรม&rdquo;</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA" src="/file/get/file/3.202306082a7aa19356e9140b4f72483dcd1a7914132005.jpg" style="width: 467px; height: 700px;" /></p>

<p><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA</strong> กล่าวว่า &ldquo;การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติในปีนี้แบ่งการประกวดออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ เป็นผลงานนวัตกรรมที่สร้างให้เกิดคุณค่าเชิงพาณิชย์ และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศแบ่งประเภทตามขนาดขององค์กร ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลาง และวิสาหกิจขนาดย่อมและวิสาหกิจรายย่อย 2) ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นผลงานนวัตกรรมที่สร้างให้เกิดคุณค่าต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม แบ่งประเภทตามลักษณะขององค์กร ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และองค์กรเพื่อสังคมและชุมชน 3) ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ เป็นผลงานนวัตกรรมที่นำการออกแบบมาสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งประเภทตามลักษณะผลงาน ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบริการ 4) ด้านสื่อและการสื่อสาร เป็นผลงานนวัตกรรมและบุคคลที่มีความสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์เนื้อหาและการสื่อสารรูปแบบใหม่ แบ่งประเภทตามลักษณะผลงาน ได้แก่ ผลงานนวัตกรรมสื่อและการสื่อสาร และผู้สื่อสารนวัตกรรม และ 5) ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการนวัตกรรมในองค์กรอย่างโดดเด่น ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ระดับกระบวนการ ไปจนถึงระดับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร แบ่งประเภทตามลักษณะองค์กร ได้แก่ หน่วยงานภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ &nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="พระบรมรูปพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" src="/file/get/file/3.2023060806fc9e965e3893f6302f93f1668055be131951.jpg" style="width: 467px; height: 700px;" /></p>

<p>&ldquo;สำหรับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภทจะได้รับ &ldquo;พระบรมรูปพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย&rdquo; ในวันนวัตกรรมแห่งชาติ (5 ตุลาคม ของทุกปี) นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากทาง NIA เช่น การพัฒนาต่อยอดขยายผลผลงานนวัตกรรม การอบรมพัฒนาศักยภาพในหลากหลายมิติ ตลอดจนได้รับการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความสำเร็จของผลงานผ่านสื่อหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นนิตยสารรางวัลนวัตกรรมที่แนบกับหนังสือพิมพ์จัดส่งทั่วประเทศ การเผยแพร่ผลงานผ่านสื่อแนวหน้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และโอกาสเข้าร่วมจัดแสดงผลงานกับ NIA ตลอดทั้งปี&rdquo;</p>

<p></p>

<p><strong><span style="font-size:26px;">ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2566<br />
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566</span></strong></p>

<ul>
	<li>รายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครผ่านทางออนไลน์ที่ <a href="https://award.nia.or.th" target="_blank">https://award.nia.or.th</a></li>
	<li>หรือติดต่อคุณพัชรีนาถ โทร. 080-070-2999<br />
	&nbsp;</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230608e22844b9d6c316b34de5182c2db1b490131951.jpg' type='image/jpg' length='1375019' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ร่วมกับ BOI แนะโอกาส AgTech Startup ใช้สิทธิส่งเสริมการลงทุน ขับเคลื่อนภาคเกษตรให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/628</link>
<guid isPermaLink="false">f14be268f6d0a4884cb352c47a78c564</guid>
<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 16:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA ร่วมกับ BOI แนะโอกาส AgTech Startup ใช้สิทธิส่งเสริมการลงทุน ขับเคลื่อนภาคเกษตรให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</span></span></strong></p>

<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI จัดงานสัมมนา <strong>&ldquo;แหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ทอัพเกษตร Source of Fund for AgTech Startup series IV&rdquo;</strong> ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีการนำเสนอกลไกทางการเงินใหม่ๆ มุ่งเจาะลึกในกลุ่มการเกษตร สอดรับกับนโยบาย BCG-Economy ของ BOI รวมทั้ง การแชร์ประสบการณ์จากสตาร์ทอัพเกษตรที่ได้รับจากการส่งเสริมของ BOI ได้แก่ เสโนเวท เอไอ และอีซีไรซ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ผ่านม</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="นายปริวรรต  วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม และผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย NIA" src="/file/get/file/3.20230607cc54d1a294b82d52f369c9b200014f9c172419.jpg" style="width: 700px; height: 349px;" /></p>

<p><strong>นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม และผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจเริ่มต้นประเทศไทย NIA</strong> กล่าวเปิดงานว่า งานสัมมนาในวันนี้ จะช่วยให้ท่านเห็นช่องทางการได้รับการสนับสนุนเงินทุนและกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง BOI รวมทั้งการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการส่งเสริมจาก BOI เพื่อเป็นจุดตั้งต้นในการก้าวไปสู่การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตร และร่วมสร้างเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตรสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพเกษตรไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="คุณสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 1 (อุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์) BOI" src="/file/get/file/3.20230607978ad4962eb6b10d53d78455959b939a172419.jpg" style="width: 700px; height: 346px;" /></p>

<p>คุณสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน 1 (อุตสาหกรรมการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์) BOI ได้นำเสนอ &ldquo;บทบาทของ BOI ในการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มเกษตรเทคโนโลยี&rdquo; ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน BOI ในยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566 &ndash; 2570) โดยนโยบายหลักจะมุ่งเน้นไปทางสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษี โดยกลไกส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่ ที่ขับเคลื่อนไปด้วย</p>

<ul>
	<li>Innovative เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์</li>
	<li>Competitive เศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถปรับตัวได้เร็ว และสร้างการเติบโตสูง</li>
	<li>Inclusive เศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งการสร้างโอกาส และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ</li>
</ul>

<p>ทั้งนี้ มี 9 มาตรการ เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ ด้วยการบูรณาเครื่องมือสนับสนุนของรัฐ ทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ใช่ภาษี และกลไกทางการเงิน ร่วมกับการให้บริการแบบครบวงจรทั้งก่อนและหลังการลงทุน ผนวกกับการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน ดังนี้</p>

<ol>
	<li>มาตรการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยมีการปรับปรุงเป็น 10 หมวดอุตสาหกรรมใหม่ เช่น เกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นมีประเภทกิจการใหม่ที่รองรับ ซึ่งมีหลากหลายกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะรองรับด้านการเกษตร เช่น การปลูกพืชพลังงาน การผลิตแป้งอินทรีย์ บริการระบบเกษตรสมัยใหม่ โดยการได้รับการส่งเสริมจะขึ้นอยู่กับการแบ่งสิทธิประโยชน์</li>
	<li>มาตรการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1) ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม จากการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การวิจัยและพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และด้านพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และ 2) การส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรทักษะสูง</li>
	<li>มาตรการรักษาและขยายฐานการผลิตเดิม (Retention &amp; Expansion Program) เป็นการกระตุ้นให้บริษัทใหญ่รายเดิม ยังใช้เป็นฐานการผลิต และขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง</li>
	<li>มาตรการส่งเสริมการย้านฐานธุรกิจแบบครบวงจร (Relocation Program) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการย้ายฐานธุรกิจมาในประเทศไทยแบบครบวงจร ทั้งโรงงานผลิต สำนักงานภูมิภาค และศูนย์ R&amp;D</li>
	<li>มาตรการกระตุ้นการลงทุนในระยะฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้โครงการขนาดใหญ่มีการลงทุนจริง ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าในระยะเวลาที่เร็วขึ้น ได้เพิ่มลดหย่อยภาษีเงินร้อยละ 50 ระยะเวลา 5 ปี ได้เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด</li>
	<li>มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart &amp; Sustainable Industry) ส่งเสริมการลงทุนที่เกิดขึ้นมาใหม่ รวมถึงลงทุนเดิมที่มีการปรับปรุงกิจการ เช่น ระบบอัตโนมัติ การประหยัดพลังงาน สามารถขอเฉพาะส่วนได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี เป็นสัดส่วนร้อยละ 50 หรือ 100 รายละเอียดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนด ในส่วนนี้ทางสตาร์ทอัพเกษตรจะมีโอกาสในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปให้บริการกับผู้ประกอบการด้านธุรกิจเกษตรได้</li>
	<li>มาตรการส่งเสริมการลงทุน SME ไทย โดยเงินลงทุนเพียง 1 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียน ไม่เกิน 4 ต่อ 1และอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรใช้แล้วในประเทศ ไม่เกิน 10 ล้านบาท และต้องลงทุนใหม่ในเครื่องจักรหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าเครื่องจักรในโครงการ จะได้วงเงินลงทุนได้ร้อยละ 200 และสามารถบวกเพิ่มสิทธิประโยชน์ตามมาตรการอื่นได้</li>
	<li>มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 16 จังหวัด เขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามเงื่อนประกาศของ BOI</li>
	<li>มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม เพื่อสนับสนุนบริษัทขนาดใหญ่ช่วยเหลือสังคมและชุมชน เช่น การสนับสนุนโดรนให้กับชุมชนเกษตร สามารถมาขอการได้รับการส่งเสริมจะได้ยกเว้นภาษีร้อยละ 200&nbsp;</li>
</ol>

<p>นอกจากนี้ BOI มีกลไกสนับสนุนทางการเงินสนับสนุนตาม พรบ. การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่</p>

<ol>
	<li>การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ก่อให้เกิดประโยชน์สูงในวงกว้างต่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มุ่งเน้นใน 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ BioTechnology, NanoTechnology, Advance Material Technology, Digital Technology ไม่ได้ระบุกรอบวงเงิน โดยการเบิกจ่ายมี KPI กำหนดในแต่ละงวด</li>
	<li>มาตรการส่งเสริมสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเกษตรเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท ในส่วนเงินสนับสนุนค่าจ้างบุคลากร/นิติบุคคล โดยมีสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าจ้างบุคคลากรเฉพาะด้านเทคโนโลยีและการบริการ ค่าใช้จ่านที่ใช้คำนวณไม่เกิน 100,000 บาท/คน/เดือน และระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี และนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ทั้งนี้สตาร์ทอัพเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งในไทยไม่เกิน 5 ปี ผ่านการระดมทุนจาก VC/CVC ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ไม่ได้เป็นผู้ผู้ได้รับการสนับสนุนด้านบุคคลากรจากหน่วยงานอื่นในโครงการเดียวกัน และ ต้องเสนอเงื่อนไขการให้ผลตอบแทนต่อกองทุนเพิ่มฯ องค์กรที่เหมาะสม หรือต่อประเทศ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี หุ้น เงินสด สิ่งของ เป็นต้น</li>
</ol>

<p style="text-align: center;"><img alt="นส.พ.พงศนันท์ ขำตา Co-Founder บริษัท เสโนเวท เอไอ จำกัด" src="/file/get/file/3.20230607123555e0ae1e4189081e271452eaf889172419.jpg" style="width: 700px; height: 348px;" /></p>

<p>จากนั้นเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI จากสตาร์ทอัพเกษตร 2 ราย เริ่มต้นด้วย <strong>นส.พ.พงศนันท์ ขำตา Co-Founder บริษัท เสโนเวท เอไอ จำกัด ผู้แทน ดร.เดวิด มกรพงศ์ CEO &amp; Co-Founder</strong> ได้แนะนำว่า Senovate AI เป็นสตาร์ทอัพที่ spin off จาก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการพัฒนาเทคโนโลยี AI โดยใช้ข้อมูลจากโคนมที่เหมาะสมกับในพื้นที่และภูมิภาคของไทย โดยตรวจติดตามตั้งแต่ระยะเวลาผสมพันธุ์ การผสมติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มโอกาสการตั้งท้องและผลิตน้ำนมให้มากขึ้น ลดการพึ่งพาแรงงานคน รวมถึงขยายไปสู่โคเนื้อในการเพิ่มอัตราการให้เนื้อเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งได้พัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารจัดการฟาร์มโคเนื้อโคนมทดแทนการจดด้วยกระดาษร่วมด้วย เมื่อมีผลงานวิจัยและพัฒนาที่ชัดเจนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง มีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน ทำให้ BOI เกิดความมั่นใจในธุรกิจ และได้มีคำแนะนำที่ตรงกับประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="คุณภูวินทร์ คงสวัสดิ์ CEO &amp; Co-Founder บริษัท อีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด" src="/file/get/file/3.202306076e29b90c2c4ec82f5710fb39cacd7da1172418.jpg" style="width: 700px; height: 347px;" /></p>

<p>ต่อด้วย<strong>คุณภูวินทร์ คงสวัสดิ์ CEO &amp; Co-Founder บริษัท อีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด</strong> เป็นสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพอาหาร ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมข้าวทั้งในเชิงกายภาพและเชิงเคมี โดยขยายไปสู่ข้าวสาลี ข้าวโพด และกาแฟ เพื่อลดความผิดพลาดการตรวจสอบคุณภาพข้าว เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการตรวจสอบ โดยการขอการสนับสนุนจาก BOI เป็นโครงการใหม่ที่ได้รับมาจากโจทย์จากลูกค้า ยังไม่ได้เคยรับทุนจากหน่วยงานรัฐมาก่อน แต่ต้องแสดงให้เป็นประโยชน์และผลกระทบที่ชัดเจนกับประเทศ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจและการเงินที่จะแสดงให้เห็นว่า มีเงินเพียงพอจ่ายในค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ โดยจะได้รับการเป็นเงินสนับสนุน ตาม KPI ที่ได้ตกลงรวมกัน<br />
ปิดท้ายด้วยคุณมณฑา &nbsp;ไก่หิรัญ ผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม NIA ได้กล่าวประชาสัมพันธ์ให้สตาร์ทอัพเกษตร Update ข้อมูลธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงรูปภาพประกอบ เพื่อรวบรวมลงในหนังสือ &ldquo;เปิดโลกวิสาหกิจเริ่มต้นด้านการเกษตรไทย&rdquo; ปี 2023 โดยสามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่ <a href="https://forms.gle/Fji6AxjKVj3mcLvA7" target="_blank">https://forms.gle/Fji6AxjKVj3mcLvA7</a></p>

<p><br />
สามารถชมงานสัมมนาย้อนหลังได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/watch?v=gT8aREKzxrM" target="_blank">https://youtu.be/gT8aREKzxrM</a>&nbsp;</p>

<p></p>

<p>#NIA #BOI #Innovation #AgTechStartup #Funding #BCG #Agriculture #SenovateAI #EasyRice</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230607978ad4962eb6b10d53d78455959b939a172257.jpg' type='image/jpg' length='578816' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[งานสัมมนา “อนาคตประเทศไทย : Soft Power ขับเคลื่อนประเทศ?”]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/627</link>
<guid isPermaLink="false">9c2b0bbffbb6c0e28af44c5b2fe708e2</guid>
<pubDate>Wed, 15 Mar 2023 15:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">การบรรยายพิเศษในหัวข้อ &ldquo;ส่งออกของดีไทยให้เป็น Soft Power&rdquo;<br />
โดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.202306073adb95e02e8cb17fa45b8f1f17fa3580154504.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/niadirector" target="_blank"><strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ </strong></a>ผู้อำนวยการ NIA ได้รับเกียรติขึ้นพูดเรื่อง &ldquo;ส่งออกของดีไทยให้เป็น Soft Power&rdquo; ในงานสัมมนา &ldquo;อนาคตประเทศไทย : Soft Power ขับเคลื่อนประเทศ?&rdquo; จัดโดยสื่อเครือเนชั่น สปริงนิวส์และคมชัดลึก<br />
&nbsp;<br />
โดย ดร.พันธุ์อาจ ได้กล่าวถึงอันดับ Soft Power ของไทยอยู่อันดับที่ 35 จาก 120 ประเทศ ซึ่งตกลงจากอันดับปีที่แล้วลง 2 อันดับ หากดูที่อันดับดัชนีนวัตกรรม GII จะพบว่าไทยได้อันดับ 1 ของโลก ในด้านการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ แต่การบริการออกแบบสินค้าสร้างสรรค์ ได้อับดับ 90 กว่าของโลกจาก 132 ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นประเทศรับจ้างผลิตสินค้า แต่ Supply Chain ในด้านนี้ยังอ่อนแอ</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.202306076c851670beee739e6548d14e058a6211154503.jpg" style="width: 700px; height: 395px;" /></p>

<p>Soft Power คือ การสร้างอิทธิพลดึงดูดให้ประเทศอื่นเกิดการมีส่วนร่วม เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความคิด โดยใช้ค่านิยมและบรรทัดฐานที่เรามี มากกว่าการใช้กำลังอำนาจในการเข้าไปบีบบังคับผู้อื่น ผ่าน 3 เสาหลัก คือ คุณค่าทางการเมือง วัฒนธรรม และนโยบายการต่างประเทศ และ 6 กลุ่มดัชนีวัด Soft Power ได้แก่</p>

<ul>
	<li>Digital โครงสร้างพื้นทางทางดิจิทัลและการฑูตเชิงดิจิทัล</li>
	<li>Culture การนำวัฒนธรรมเข้าสู่กระแสโลก เช่น Fast food culture, HollyWood, American dream ของอเมริกา</li>
	<li>Enterprise ความน่าดึงดูดของโมเดลธุรกิจประเทศ เศรษฐกิจแบบเปิด และนวัตกรรม</li>
	<li>Education คุณภาพของทุนมนุษย์ และการดึงดูดให้นักศึกษาต่างชาติอยากเรียนรู้ในองค์ความรู้ของชาตินั้น ๆ</li>
	<li>Engagement เครือข่ายการฑูตในระดับนานาชาติ</li>
	<li>Government การยึดถือหลักเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และคุณภาพของสถาบันทางการเมือง</li>
</ul>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:28px;">จากนโยบายการส่งเสริม Soft Power 5F NIA ก็ได้มีการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมในด้านเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Food Film Fashion Fighting และ Festival</span></span> </strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="" src="/file/get/file/3.20230607e65ad80820989cbd3b8603d09681d6fb154504.jpg" style="width: 700px; height: 395px;" /></p>

<p>ทั้งนี้ สิ่งที่ไทยควรเร่งพัฒนาได้แก่ การสร้าง Supply Chain ที่เข้มแข็ง ผลักดันการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพัฒนาด้าน Soft Power และการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงเพื่อสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้อยู่ในระดับนานาชาติให้ได้<br />
&nbsp;<br />
#NIA #Innovation #SoftPower #อนาคตประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.202306073adb95e02e8cb17fa45b8f1f17fa3580154504.jpg' type='image/jpg' length='544663' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[NIA ปั้น 20 ธุรกิจรุ่นใหม่ ตอกย้ำจุดแข็ง “Local brand - เศรษฐกิจภูมิภาค” พร้อมลุย “นิลมังกร The Reality Season 2”]]></title>
<link>https://event.nia.or.th/th/content/category/detail/id/103/iid/626</link>
<guid isPermaLink="false">45cceb039fc0c7bf6af1ce1183cb712c</guid>
<pubDate>Thu, 09 Mar 2023 15:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:36px;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">NIA ปั้น 20 ธุรกิจรุ่นใหม่ ตอกย้ำจุดแข็ง &ldquo;Local brand - เศรษฐกิจภูมิภาค&rdquo;<br />
พร้อมลุย &ldquo;นิลมังกร The Reality Season 2&rdquo;</span></span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><img alt="พร้อมลุย “นิลมังกร The Reality Season 2”" src="/file/get/file/3.20230607eb8a17d3c2c2040122e99fb392f1b469152743.jpg" style="width: 800px; height: 534px;" /></p>

<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับศูนย์แบรนด์เคยู คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเครือข่ายพันธมิตรกว่า 20 หน่วยงาน เปิดโครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย &ldquo;นิลมังกร&rdquo; รุ่น 2 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและยกระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี/กิจการเพื่อสังคม/สตาร์ทอัพให้ก้าวเป็น &ldquo;นิลมังกร&rdquo; ซึ่งเปรียบเสมือนยูนิคอร์นในแบบฉบับของคนไทย พร้อมกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น และลดอัตราการไหลออกของคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังส่ง &ldquo;นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้ ซีซั่น 2&rdquo; รายการทีวีในรูปแบบสาระบันเทิง (Edutainment) เพื่อให้มีความน่าสนใจ สามารถเข้าถึงและเข้าใจกระบวนการสร้างธุรกิจนวัตกรรมได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ/วิสาหกิจเพื่อสังคม/สตาร์ทอัพ ทั้ง 20 รายได้แสดงศักยภาพทางธุรกิจนวัตกรรมและเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA" src="/file/get/file/3.202306076063dd1a1a7959414de0cbab501f183a152845.jpg" style="width: 800px; height: 534px;" /></p>

<p><strong>ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA</strong> กล่าวว่า &ldquo;จุดแข็งหนึ่งของโลคอลแบรนด์หรือผู้ประกอบการในระดับภูมิภาค คือ ความโดดเด่นของ &ldquo;อัตลักษณ์ท้องถิ่น&rdquo; ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์/สินค้า หรือบริการได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงถือเป็นโอกาสทองที่จะเร่งพัฒนาคุณภาพและลดจุดอ่อนที่มี เช่น การร้อยเรียงเรื่องราวให้น่าสนใจ ลักษณะบรรจุภัณฑ์ ช่องทางการจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รู้จักและเข้าถึงแบรนด์ ดังนั้น NIA จึงได้ริเริ่ม &ldquo;โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ นิลมังกร&rdquo; ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในระดับภูมิภาค รวมถึงการใช้เครื่องมือทางนวัตกรรมมาเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันและยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่ พร้อมกับสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการระดับภูมิภาคและประชาชนทั่วไป โดยผลการดำเนินงาน &ldquo;นิลมังกร รุ่นที่ 1&rdquo; มีธุรกิจนวัตกรรมที่สนใจและส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 300 ธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะนำและเสนอธุรกิจ (Storytelling) จำนวน 120 ธุรกิจ และได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมรายการ &ldquo;นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้&rdquo; จำนวน 20 ธุรกิจ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้ง 20 แบรนด์เฉลี่ยแล้วกว่า 3.07 เท่า หรือกว่า 350 ล้านบาท ภายใน 1 ปี และสามารถคว้า 2 รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2565 และ 6 รางวัลจากการประกวด 7 Innovation Awards 2565 อีกด้วย&rdquo;</p>

<p></p>

<p>&ldquo;นิลมังกรทีมแรกของประเทศไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทรายแมวไฮด์แอนด์ซีค บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด เป็นผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่ใช้มันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทยมาเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณสมบัติเชิงโมเลกุล เพื่อให้เก็บกลิ่น ละลายแตกตัวในน้ำได้รวดเร็วและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ สามารถนำไปทิ้งในชักโครกโดยไม่ทำให้อุดตัน ตอบโจทย์เทรนด์การเลี้ยงแมวในระบบปิดตามพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่ใน &ldquo;รายการนิลมังกรเดอะเรียลริตี้&rdquo; รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 6.5 เท่า ภายในระยะเวลา 3 เดือน และมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 50 เท่า ภายในระยะเวลา 2.5 ปี ซึ่งล่าสุดได้มีการร่วมทุนกับบริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำกัด และนักลงทุนอิสระ เพื่อเพิ่มทุนในการทำ Economy of Scale ผลักดันเรื่องของการปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการผลิต รวมถึงช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มโอกาสการส่งออกผลิตภัณฑ์ทรายแมวไปขายยังต่างประเทศ ถือเป็นตัวอย่างธุรกิจนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว NIA คาดหวังว่าในอนาคตประเทศไทยของเราจะมีนิลมังกร ตัวที่ 2 ตัวที่ 3 และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลถึงระดับความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศให้เป็นที่รู้จักอย่างเป็นวงกว้าง ในฐานะของการเป็นชาตินวัตกรรมอีกด้วย&rdquo;</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อํานวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA" src="/file/get/file/3.2023060788a6413647ca09170cf335163586f116153024.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><strong>ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อํานวยการด้านระบบนวัตกรรม NIA</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า &ldquo;การประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย &ldquo;นิลมังกร&rdquo; รุ่นที่ 2 นี้ เป็นกิจกรรมภายใต้กรอบกลยุทธ์ของ NIA ด้านการทำให้ระบบนวัตกรรมไทยเป็นระบบที่เปิดกว้าง (Open Ecosystem) เพื่อเพิ่มจำนวนธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในระดับมวลวิกฤต (Critical Mass) ที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อประเทศ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ สอดรับกับบทบาทของ NIA ในฐานะหน่วยงานเชื่อมโยงเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ในการประสานการทำงานร่วมกัน หรือ &ldquo;Focal Facilitator&rdquo; ทั้งนี้ การประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย &ldquo;นิลมังกร รุ่นที่ 2&rdquo; มีธุรกิจนวัตกรรมที่สนใจและส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้นกว่า 450 ธุรกิจ ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะและนำเสนอธุรกิจ (Storytelling) จำนวน 120 ธุรกิจ และเป็นตัวแทนเข้าร่วมรายการ &ldquo;นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้ ซีซั่น 2&rdquo; จำนวน 20 ธุรกิจ โดยทั้ง 20 ทีมนี้จะเข้าสู่กระบวนการเร่งการเติบโตของธุรกิจและตราสินค้าด้วยการใช้เครื่องมือทางด้านนวัตกรรม ด้านแผนธุรกิจ ด้านกลยุทธ์ช่องทางการตลาดและด้านกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ และนำเสนอการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมในรายการ&rdquo;</p>

<p style="text-align: center;"><img alt="ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์" src="/file/get/file/3.20230607d5cba9ad61006184e57abedddb3b63a7153145.jpg" style="width: 700px; height: 467px;" /></p>

<p><strong>ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> กล่าวว่า &ldquo;จากความสำเร็จของนิลมังกรรุ่นที่ผ่านมา สามารถสร้างให้เกิด &ldquo;ฮีโร่&rdquo; ในธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเร่งบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยความร่วมมือกับ NIA ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่จะได้ร่วมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ประกอบการในแบบพลิกตำราเรียนการบริหารธุรกิจในโลกปัจจุบัน และสามารถนำไปเป็นบทเรียนให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ส่งทีมคณาจารย์กว่า 20 ท่าน เพื่อช่วยโค้ชชิ่งกลยุทธ์ แนะนำแนวทางการบริหารงาน พร้อมสร้างยอดขายให้เติบโตได้ในสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการต้องต่อสู้กับหลายสิ่งในโลกธุรกิจจริง และเรามั่นใจว่าองค์ความรู้แบบมีนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะช่วยบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยให้มีความแข็งแกร่งและพร้อมเผชิญกับทุกความท้าทายอย่างแน่นอน ทั้งนี้ นิลมังกร รุ่นที่ 2 ทั้ง 20 ทีมสุดท้ายที่ฝ่าฟันผ่านกระบวนการบ่มเพาะและนำเสนอธุรกิจในรอบภูมิภาคมาแล้วนั้น ทุกทีมมีด้านนวัตกรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กันทั้ง 4 ภูมิภาค ทุกท่านสามารถร่วมเรียนรู้และลุ้นไปกับนิลมังกรทั้ง 20 ทีมได้ในรายการ <strong>&ldquo;นิลมังกร เดอะเรียลลิตี้ ซีซั่น 2&rdquo; ทางช่อง 3 HD ทุกวันศุกร์ เวลา 22.40 น. ออกอากาศเทปแรกวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2566&rdquo;</strong></p>

<p></p>

<p>#NIA #innovation #นิลมังกร #ThailandInnobizChampion #InnovationThailand</p>
]]></description>
<enclosure url='https://event.nia.or.th/th/file/get/file/3.20230607cef385f7276b536a22823f7a61f7459d152647.jpg' type='image/jpg' length='394255' />
</item>
</channel>
</rss>
